ค้นหา
ไทย
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
ชื่อ
การถอดเสียง
ต่อไป
 

การสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนกับ ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ (วีแกน) ตอนที่ 2 จาก 12 ตอน

รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ในตอนนี้ท่านอาจารย์ กล่าวถึงความหมาย ของกิจกรรมการกุศล และจุดมุ่งหมายของการบำเพ็ญ ทางจิตวิญญาณตามธรรมวิถีกวนอิม

(ท่านอาจารย์ครับ ที่ฮาวาย พวกเขาได้ถามท่านเกี่ยวกับ ถึงงานสังคมสงเคราะห์ ที่ท่านทำเพื่อช่วยผู้ลี้ภัย และชาวเอาหลัก (เวียดนาม) ท่านกล่าวว่า แม้ท่านจะทำงานเหล่านี้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้อง ให้ทุกคนรู้) ใช่ ถูกต้อง (ท่านอาจารย์ถ่อมตนในเรื่องเหล่านี้) ใช่

(แต่ท่านอาจารย์ครับ มีครั้งหนึ่ง ที่ท่านกลับมา และได้ช่วยเหลือค่ายดังกล่าว หลังจากเหตุไฟไหม้เมื่อเร็ว ๆ นี้) (200,000 ดอลล่าร์สหรัฐ) ชาวอเมริกัน เป็นผู้เขียนเรื่องเหล่านั้น (จึงมีผู้คนมากมาย เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ) โอ้ จริงหรือ (พวกเขาถามว่า “ทำไมท่านอาจารย์ไม่เคย ช่วยชาวเอาหลัก (เวียดนาม) เลย?”) (แล้วจึงทำการโฆษณา...) (ท่านอาจารย์ได้ไปช่วยพวกเขา) (ท่านอาจารย์ ก็ช่วยชาวเอาหลัก (เวียดนาม) ด้วย เพียงแต่ ผู้คนไม่ทราบ) ตอนนี้ ฉันควรลงโฆษณา ในหนังสือพิมพ์หรืออย่างไร? (นั่นคือปัญหาครับท่านอาจารย์) หากเราทำสิ่งดี ๆ เราควรลงข่าว ในหนังสือพิมพ์ด้วยหรือ? ลองนึกถึงตัวพวกคุณเอง เป็นตัวอย่าง เมื่อก่อนเวลาพวกคุณทำอะไร พวกคุณ คอยประกาศให้คนรู้ ตลอดเวลาหรือไม่? “ฉันชื่อ [...] วันนี้ฉันบริจาค 400,000 ดอลลาร์สหรัฐให้ที่นั่น” “ช่วยชื่นชมฉันด้วย” ฉันช่วยชาวเอาหลัก (เวียดนาม) มามากมาย (ครับ เราทราบครับ) ใช่ แต่ทำไมต้องยกขึ้นมาพูดตอนนี้? (ครับ) แต่บางครั้ง ฉันก็พูดถึง (ท่านเคยพูดถึงครับ ท่านอาจารย์)

ใช่บางครั้งก็เป็นเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น ในธรรมสารของเรา เล่มที่ลูกศิษย์ของฉันเขียน หากมีข่าวเกี่ยวกับฉัน พวกเขาก็จะตีพิมพ์ เช่นฉันบริจาคไปเท่าไร (อ้า สิ่งเหล่านั้น เป็นเพียงสิ่งพิมพ์ภายใน) ใช่เพราะพวกคุณไม่ได้ไปค้นดู แล้วฉันจะทำอย่างไรได้? (ตอนนี้ เราจะหาอ่าน ได้ที่ไหนครับท่านอาจารย์?) ฉันจะให้นิตยสารเหล่านั้น แก่พวกคุณ อาจจะยังมีอยู่บ้าง ฉันไม่ทราบว่า ยังเหลืออยู่หรือไม่ พวกเขาคงเขียนเรื่องทั่ว ๆ ไป ไว้บ้าง บางครั้ง ตอนที่ฉันช่วยเหลือ ก็ต้องทำอย่างลับ ๆ มันเป็นเช่นนั้น

(แต่ท่านอนุตราจารย์ เคยช่วยผู้ลี้ภัย ที่นับถือศาสนาอื่นด้วยใช่ไหมครับ?) แน่นอน ฉันทำเช่นนั้นค่อนข้างบ่อย เพียงแต่พวกคุณไม่ได้ติดตาม (เข้าใจแล้วครับ) โอเค ทำไมหนังสือพิมพ์ของพวกคุณ จึงไม่ลงข่าว ก็เพราะพวกคุณ ไม่ได้มาพบฉันเลย ฉันควรวิ่งไปที่กองบรรณาธิการ ของพวกคุณ แล้วบอกว่า “พวกคุณไม่รู้หรือ? วันนี้ฉันช่วยผู้ลี้ภัยมากมาย เอาไปลงข่าวได้เลย” อย่างนั้นหรือ? ฉันไม่ทำเช่นนั้น ไม่ว่าฉันทำอะไร ฉันก็ทำไปตามธรรมชาติ ใช่ไหม? (ใช่ครับ) ใครทราบเรื่องก็นำไปตีพิมพ์ ได้เอง ไม่เช่นนั้น จะให้ฉันทำอย่างไร? ฉันจะทำอะไรได้? ฉันไม่ได้เที่ยว ขอให้หนังสือพิมพ์ ลงข่าวตลอดทั้งวัน วันนี้พวกคุณมาเยี่ยมฉัน ด้วยความสมัครใจเอง (ใช่ครับ) และเมื่อพวกคุณมาสัมภาษณ์ฉัน ฉันก็ยินดีต้อนรับ (ครับ) หากพวกคุณไม่มา ก็ไม่เป็นไรเช่นกัน (ครับ) ใช่ไหม? ฉันไม่ได้แสวงหาสิ่งนั้น และลูกศิษย์ของฉันก็เช่นกัน เช่น เมื่อฉันออกไป เผยแพร่คำสอน ใครมา ก็รับฟังได้ และใครต้องการ รับการประทับจิตก็รับได้ เท่านั้นเอง (ครับ)

ไม่มีการไปตามบ้าน หรือเขียนจดหมาย อะไรทำนองนั้น เพื่อกดดันผู้คน สร้างความไม่สะดวก หรือสร้างความรำคาญ ให้พวกเขา (ครับ) นั่นเป็นเพียงตัวอย่าง เมื่อพวกคุณถาม ฉันก็อธิบาย (ครับ) ส่วนเหตุไฟไหม้ที่นี่ ฉันทราบข่าวโดยบังเอิญ เมื่อฉันมาที่นี่ และเห็นผู้คนเดือดร้อน แน่นอนว่าฉันก็ต้องช่วย (ครับ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนที่นี่ ก็ช่วยชาวเอาหลัก (เวียดนาม) ไว้มากเช่นกัน เราควรช่วยเหลือ และดูแลกัน ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกว่า เป็นชาวอเมริกัน ชาวเอาหลัก (เวียดนาม) หรือชาวจีน ใช่ไหม? ฉันช่วยผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าที่ใดต้องการความช่วยเหลือ ที่ใดก็ตามที่ฉันทราบ หรือเมื่อใดที่มีปัจจัยเอื้ออำนวย ฉันก็ช่วยทันที ฉันไม่ดูว่า ใครจมูกแบน หรือจมูกโด่ง หรือถือหนังสือเดินทางอะไร เข้าใจไหม? (ครับ)

ตัวอย่างเช่น ตอนนี้คุณกำลังพูด ถึงเอาหลัก (เวียดนาม) เท่านั้น ฉันไม่ได้หมายถึงพวกคุณ ฉันหมายถึง คนที่ถามอย่างนั้น โอเคไหม? (ครับ) ตัวอย่างเช่น ชาวเอาหลัก (เวียดนาม) มีมากมาย ที่ย้ายมาที่นี่ และกลายเป็นชาวอเมริกัน ใช่ไหม? ดังนั้น เมื่อฉันช่วยที่นี่ ก็เหมือนช่วย เอาหลัก (เวียดนาม) ด้วยใช่ไหม? (ใช่ครับ) และหากฉันช่วยชาวอเมริกัน ผู้คนก็พูดได้ว่า ชาวเอาหลัก (เวียดนาม) ก็ช่วยชาวอเมริกันเช่นกัน ซึ่งนำเกียรติ มาสู่ชาวเอาหลัก (เวียดนาม) ด้วยใช่ไหม? มีเพียงเงินเท่านั้นหรือ ที่มีค่า? เกียรติของคนเรา มีค่ายิ่งกว่าไม่ใช่หรือ? ทุกสิ่งที่ฉันทำ ล้วนนำเกียรติ มาสู่เอาหลัก (เวียดนาม) ไม่ใช่หรือ? (ครับ) นั่นก็เป็นการช่วยเหลือ รูปแบบหนึ่งใช่ไหม? โอเค นั่นคือเรื่องหนึ่ง แต่ฉันก็ให้ความช่วยเหลือ ที่เป็นรูปธรรมแก่เอาหลัก (เวียดนาม) แต่ฉันรู้สึกเขินเล็กน้อย ที่จะพูดถึง เพราะมันผ่านไปแล้ว ส่วนความช่วยเหลือ ในเหตุไฟไหม้นั้น เป็นเพราะ ไมค์ กอร์ดอนทราบเรื่องนั่น เขาจึงโทรมาที่นี่ และสัมภาษณ์ฉันแล้ว เขาก็ตีพิมพ์ข่าว ขณะที่หนังสือพิมพ์ เอาหลัก (เวียดนาม) ของเรา ไม่ได้ลงข่าว เห็นไหม? ฉันไม่ได้ไปตามหาพวกคุณ เพื่อบอกว่า “ฉันทำสิ่งนี้นะ”

(หนังสือพิมพ์เดอะรีจิสเตอร์ ลงข่าวครับ) ใช่ ถูกต้อง (เวียดนามโพสต์ก็ลงข่าวด้วยครับ ท่านอาจารย์) ใช่ภายหลังพวกเขาติดตามข่าว จากหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น (ไมค์ กอร์ดอน คนนี้ เป็นใครครับท่านอาจารย์) เขามาจากหนังสือพิมพ์ เดอะรีจิสเตอร์ (ครับ เป็นผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง) เขาเป็นผู้สื่อข่าว (ผู้สื่อข่าวครับ) เป็นผู้สื่อข่าวเหมือนพวกคุณ เขาโทรหาฉัน ฉันจึงเล่าให้เขาฟัง คงมีใครบอกเขา ที่อเมริกา เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ โดยปกติหนังสือพิมพ์จะสืบหาข้อมูล และพวกเขาก็มี... เรียกว่าอะไรนะ? (สาขาครับ) สาขาของพวกเขาใช่ไหม? พวกเขาสอบถามคนของตน หากมีข่าวพิเศษ พวกเขาก็จะบอกต่อกัน แล้วเขาก็โทรมาถามฉัน เมื่อเขาถาม ฉันจึงเล่าให้ฟัง หลังจากนั้น พวกเขาก็เชิญฉัน ไปลากูนาบีช (ครับ) และให้ไปทำบางอย่างด้วย เรียกว่าอะไรนะ ไปอวยพรสถานที่นั้น ที่เราเรียกว่า “การอวยพร” ไปร่วมพิธีอวยพรผืนดิน ที่ถูกไฟไหม้ (ภาวนาให้กับเหตุการณ์ไฟไหม้)

โปรดภาวนาให้กับเหตุการณ์ไฟไหม้ ถูกต้องแล้ว (ภาวนาให้กับเหตุการณ์ไฟไหม้) ใช่ ฉันไปร่วมกับตัวแทน จาก 12 ศาสนา และนิกายต่าง ๆ ของศาสนาอื่น ฉันจึงไป แน่นอนว่าผู้สื่อข่าวก็มา หนังสือพิมพ์ จึงรู้เรื่องเช่นนั้นใช่ไหม นั่นเป็นเพียงตัวอย่าง หรือบางครั้งฉันส่งลูกศิษย์ออกไป มอบของขวัญให้ผู้คน และเมื่อผู้คนเห็นพวกเขา ที่นั่นก็ย่อมทราบเรื่อง

หากพวกเขาทราบ ก็จะถาม เมื่อพวกเขาถาม เราก็บอก ไม่ใช่ว่า ฉันปิดบังอะไรจากพวกคุณ แต่เราแค่ไม่รู้ว่า พวกคุณอยู่ที่ไหน และฉันก็ ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นด้วย “เมื่อมือซ้ายให้ ก็อย่า ให้มือขวารู้” แล้วจะพูดถึงไปเพื่ออะไร? (ใช่ครับ) ไม่ใช่ว่าฉันไม่ได้บริจาค ให้เอาหลัก (เวียดนาม) (ครับ) ฉันบริจาคจริง ๆ! (ใช่ครับ) แต่บางครั้งก็ยากเหมือนกัน (แต่ผู้คนไม่ทราบ เราจึงโทษพวกเขาไม่ได้เช่นกัน) มันยากนะ! (ครับ) บางครั้งการให้ อาจทำให้ชีวิต และชื่อเสียงตกอยู่ในอันตราย พวกคุณไม่รู้เรื่องนั้น อย่างไรก็ตาม เรามาพูดถึงเรื่องดี ๆ และพักเรื่องไม่ดีไว้ก่อน

(หลายคนสงสัยเรื่องการช่วยผู้ลี้ภัย การช่วยชาวเอาหลัก (เวียดนาม) ที่นี่ครับ) แน่นอน เพราะที่นี่ ไม่มีใครขาดแคลนสิ่งใด จนต้องให้เรา ช่วยผู้ลี้ภัยที่นี่ มีทุกสิ่งที่จำเป็นแล้ว ฉันได้ช่วยพวกเขา (ได้ช่วยเวียดนามโพสต์ด้วยครับ) (นั่นก็เป็นความช่วยเหลือครับ) (โอ้ พระเจ้า!)

เอาล่ะ ฉันจะเล่าให้พวกคุณฟังตอนนี้ ตัวอย่างเช่น ผู้ลี้ภัยที่นี่ ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล อยู่แล้ว พวกเขามีครอบครัว และเพื่อนคอยสนับสนุน เมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว พวกเขาก็หวาดกลัวน้อยลงด้วย (ใช่ครับ) เช่น ฉันมักช่วย ผู้ลี้ภัยในค่าย บางครั้ง พวกเขาไม่มี แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทาน (ครับ) หากคุณให้แอปเปิลสักผล พวกเขาก็ดีใจมาก ดังนั้น โดยปกติ ฉันจึงช่วยผู้ลี้ภัยในค่ายผู้ลี้ภัย

(แต่ตอนนี้ ท่านยังช่วยอยู่หรือครับ?) ยังทำอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่า ฉันยังช่วยพวกเขาอยู่ ใช่ ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ช่วยแล้วช่วยอีก ใช่ ช่วยอยู่ตลอดเวลา บางครั้งฉันต้องให้เงิน และสิ่งของจำเป็นแก่พวกเขา เพื่อให้มีอะไรไว้ทาน และดื่ม ในช่วงปีใหม่ ฉันให้อั่งเปาพวกเขา (ครับ) คนละสิบดอลลาร์ คนละสิบดอลลาร์เช่นกัน (ครับ วันนี้หนังสือพิมพ์ ในออเรนจ์เคาน์ตี้ พูดถึงท่านอาจารย์กันมาก) ที่ไหนเหรอ? (ในหนังสือพิมพ์ครับ ในหนังสือพิมพ์ครับ) หนังสือพิมพ์ เอาหลัก (เวียดนาม) หรือ? (ใช่ครับ ทุกฉบับ พาดหัวข่าวใหญ่เลย) โอ จริงหรือ? หนังสือพิมพ์เอาหลัก (เวียดนาม)? ว้าว! นี่เป็นครั้งแรก ในชีวิตฉันเลย (ครั้งแรกในชีวิตท่าน) อย่างนั้นตอนนี้ ฉันก็มีชื่อเสียงแล้วสิ? (ใช่ครับ) (เรากังวลว่า ท่านอาจารย์ อาจไป ที่ศูนย์นั่งสมาธิ เราจึงยุ่งกับการประสานงาน นัดหมายกับท่านอาจารย์) โอเค (เราเชิญหนังสือพิมพ์สองฉบับ เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้เพิ่มเติม) โอเค (และขอบคุณสวรรค์ ...จะมาเยี่ยมอีกครั้ง และหากท่านกลับมาที่นี่ เราจะจัดอีกครั้ง) ใช่ ใช่ (เราจะค่อย ๆ เผยแพร่ เราจะทำไปทีละขั้น) แล้วเราจะทำให้มากยิ่งขึ้น โอเค ดี ดี

(เรียนท่านอนุตราจารย์ครับ หลายคนสงสัยเรื่องเงินทุน ที่ท่านใช้ในการช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม เงินนั้นมาจากที่ไหนครับ...?) มาจากไหน ใช่ไหม? (มาจากเงินสมทบของลูกศิษย์ หรือจากองค์กร ระหว่างประเทศ อื่น ๆ หรือครับ?) ไม่ใช่ ไม่มีใครสมทบเลย เพราะฉัน ไม่รับเงินจากลูกศิษย์ จึงมี ไม่มากนัก (ครับ) หากทุกคนช่วยสมทบ ก็จะมีมากกว่านี้ (ครับ ผมขอถามว่า แล้วเงินมาจากไหนหรือครับ) เพราะฉันทำงาน (อา ครับ) ฉันเป็นจิตรกร (โอ้) เป็นนักร้อง นักดนตรี (โอ้ ครับ) และเป็นศิลปิน (ครับ) ฉันทำหลายอย่าง ฉันวาดภาพ (ครับ) ฉันสร้างงานศิลปะ (ครับ) ผลงานศิลปะ (ครับ) (เวียดนามโพสต์นำเสนอเรื่องนั้น) จริงหรือ? (พรุ่งนี้ครับ) โอ้ จริงหรือ? อา โอเค ช่วยซื้อมาให้ฉันบ้าง (เวียดนามโพสต์) โอเค ซื้อมาให้ฉันบ้าง (วันนั้น... ตอนที่เราไปฮาวาย [พวกเขา] ถ่ายภาพไว้) ใช่แล้ว ใช่ ถูกต้อง (พวกเขาถ่ายภาพในวันนั้น ตอนที่เราเพิ่งไปถึงที่นั่นครับ) โอ้ จริงหรือ?

(มีโคมไฟ ที่ท่านอาจารย์ทำไว้ด้วยครับ) ฉันออกแบบโคมไฟ และสร้างสรรค์ลวดลาย จากนั้นลูกศิษย์นักบวช ที่อยู่ใกล้ชิดฉัน ก็ทำขึ้นมา (ครับ) (ผมคิดว่า มีภาพสิ่งเหล่านั้นด้วยครับ) ใช่ สิ่งเหล่านั้น ก็ขายเพื่อหารายได้ได้เช่นกัน ทั่วโลกก็มีความต้องการ สิ่งเหล่านี้ด้วย

(ผมขอถามว่ามันคืออะไรหรือครับ ท่านอนุตราจารย์?) โคมไฟ (อ๋อ โคมไฟ) เช่น โคมไฟ... เป็นงานทำมือ งานหัตถกรรม (ภาพวาด) และลูกศิษย์ของฉันก็ทำงานด้วย เช่น ฉันสอนพวกเขา ให้ทำสิ่งต่าง ๆ (ที่ไต้หวัน (ฟอร์โมซา) ใช่ไหมครับ ท่านอาจารย์?) ใช่ เรานำเงินมารวมกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นเงินของฉัน แต่ฉันก็ถือว่า เงินของฉันเป็นของทุกคนด้วย ฉันไม่คิดว่าเป็นของฉันเอง (ครับ) (ถ้าอย่างนั้น ลูกศิษย์ไม่ได้สมทบเงิน หรือครับ) ไม่ พวกเขาไม่ได้สมทบ แม้บางครั้งอาจช่วยบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังห่างไกล จากคำว่า เพียงพอ คุณก็รู้ว่า เมื่อขอรับบริจาค เราไม่อาจได้เงิน เท่าที่ต้องการง่าย ๆ (ครับ) ยกตัวอย่าง เหตุภูเขาไฟปินาตูโบ ระเบิด ใช่ไหม? (ครับ) หากฉันขอให้ลูกศิษย์ช่วยสมทบ พวกเขาก็จะทำ แต่ฉันไม่ได้ขอให้พวกเขาทำเช่นนั้น และฉันก็ไม่ขอเงิน จากประชาชนทั่วไปด้วย (ครับ) ดังนั้น ฉันมีเท่าไรก็ให้เท่านั้น เท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่า ฉันตั้งใจจะทำการกุศล หรือก่อตั้งองค์กรการกุศล อันที่จริง แต่เดิม ฉันไม่คิดจะมีองค์กรใดเลย (ครับ) ฉันเพียงทำเท่าที่ทำได้ เมื่อมีปัจจัย เอื้ออำนวย เท่านั้นเอง (ครับ)

องค์กรนั่งสมาธินี้ มีขึ้นเพียงเพราะ ทางการกำหนดให้มี เช่น หากเรารวมตัวกัน เป็นจำนวนมากหรือเป็นประจำ เป็นเวลานาน เราต้องชี้แจง ต่อทางการว่า เรารวมตัวกันทำไม นั่นจึงเป็นเหตุให้เรา ต้องมีองค์กร ไม่เช่นนั้น หากเราเพียงบำเพ็ญ ทางจิตวิญญาณ จะต้องมีองค์กรไปทำไม? (ครับ) จริงไหมคะท่าน? (จริงครับ) การบำเพ็ญทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่สิ่งที่ต้อง มีองค์กรซับซ้อน และมีคนนั้นคนนี้ เข้ามาเกี่ยวข้อง (ใช่ครับ) (จนถึงตอนนี้ ท่านคิดว่ามีลูกศิษย์ ประมาณกี่คนครับ ท่าน?) ว้าว! มีมากมาย จนฉันนับไม่ไหว (มีชาวเอาหลัก (เวียดนาม) ในเดลี (แคลิฟอร์เนีย) กี่คน? โดยประมาณครับ) คงมีมากทีเดียว (ที่ว่า “มาก” ท่านหมายถึงประมาณหนึ่งหมื่น หรือสองหมื่นคนครับ?) คงประมาณนั้น อาจมากกว่านั้น (มากกว่าสองหมื่นคนหรือครับ)

(แล้วตอนนี้ ท่านมีศูนย์สมาธิที่นี่ จริง ๆ กี่แห่งครับ) บางครั้ง ผู้คนติดตามฉัน โดยไม่ได้ลงทะเบียนชื่อ หรืออะไรเลย (ครับ) ฉันจึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนเหล่านี้ ติดตามฉัน คุณอาจเข้าไปในบ้าน ใครสักคน แล้วเห็นรูปของฉัน ตั้งอยู่ที่นั่น คุณจึงรู้ (ครับ) คุณพูดว่าอะไรนะคะ? (ที่นี่มีศูนย์สมาธิ กี่แห่งครับ มีที่ทินลีย์ หนึ่งแห่งที่นี่ อีกแห่งที่โพโมนา หนึ่งแห่งที่ริเวอร์ไซด์...) ฉันคงต้องนับใหม่ ไม่อย่างนั้น... (คือมีรัฐละแห่งหรือว่า...?) ใช่ แต่ศูนย์สมาธิบางแห่ง ก็ไม่ได้ถือเป็นศูนย์ อย่างเป็นทางการ (อ๋อครับ) บางครั้งเพื่อนผู้บำเพ็ญ มีบ้านหลังใหญ่ (ครับ) หรืออาจมีบ้าน สองหรือสามหลัง (อ๋อ) พวกเขาให้ใช้บ้าน หรือช่วยกันรวบรวมทรัพยากร (ครับ) แต่ฉันซื้อบ้านหลังนี้ ให้ลูกศิษย์ (ครับ) เพราะพวกเขา มีเงินไม่พอ (บ้านหลังนี้หรือครับ?) ไม่ใช่หลังนี้ โพโมนา ใช่ไหม? (ศูนย์สมาธิ) ที่นั่นเรียกว่า โพโมนา ใช่ไหม? (โพโมนาครับ) ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ที่นั่นชื่ออะไร (ครับ) ฉันรู้เพียงว่าฉันเป็นคนจ่ายเงิน (ริเวอร์ไซด์ครับ) ที่ริเวอร์ไซด์หรือ (ริเวอร์ไซด์) อ๋อใช่ เห็นไหม ฉันตั้งใจจะซื้อที่นั่นให้พวกเขา (แต่มีภาพ ของศูนย์สมาธิ...) พวกเขามีเงินไม่พอ ที่จะซื้อเอง

(ท่านอาจารย์ครับ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน มีหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของ เอาหลัก (เวียดนาม) ฉบับหนึ่ง…) ใช่ (กล่าวถึง และวิจารณ์ท่าน ท่านคิดอย่างไรกับเรื่องนั้นครับ ท่านได้อ่านหรือยังครับ?) ฉันยังไม่ได้อ่าน ฉันได้ยินเรื่องนี้ แต่เรื่องแบบนั้น เป็นเรื่องธรรมดามาก เราบังคับให้ผู้คน ชื่นชมเราไม่ได้ (ครับ) ปล่อยให้พวกเขารับผิดชอบ ต่อมโนธรรมของตนเอง

(ท่านอนุตราจารย์สำหรับ ผู้ที่ติดตามท่าน เหตุผลหลัก ที่พวกเขาติดตามท่านคืออะไรครับ? เพื่อที่จะ...) เพราะพวกเขาค้นพบธรรมชาติ ที่แท้จริงและตัวตนที่แท้จริงของตน ฉันชี้ทางให้พวกเขาค้นพบศักยภาพ ที่แฝงอยู่ และปัญญาสูงสุดของตน พวกเขาจึงมีความสุข และชีวิตก็เปลี่ยนไป (ครับ) พวกเขาสัมผัสสวรรค์บนดิน จึงติดตามฉัน เราคงหลอกผู้คนนานขนาดนั้นไม่ได้ ใช่ไหมคะท่าน? (ไม่ได้ครับ) คุณอาจหลอกใครได้ สักวันสองวัน หรืออาจถึงปีสองปี คุณอาจหลอกเด็ก หรือผู้สูงอายุได้ แต่คุณหลอกวิศวกร และแพทย์รุ่นหนุ่มสาวไม่ได้ (ครับ) พวกเขาจะไม่ยอมรับ หากไม่เห็นประโยชน์อะไร ทีนี้ หากคุณไม่ได้อะไรเลย คุณไปที่ ศูนย์สมาธิทุกวัน และนั่งสองชั่วโมงครึ่ง จนปวดหลัง และคอแข็ง คุณจะทนได้หรือ?

(หมายความว่า ผู้ติดตามท่านต้องไปศูนย์สมาธิ และนั่งสมาธิ วันละสองชั่วโมงทุกวัน หรือครับ?) ไม่ ไม่ใช่ทุกวัน พวกเขานั่งสมาธิที่บ้าน ที่บ้าน (นั่งสมาธิสองชั่วโมงครึ่ง) ใช่ (ครับ) หมายความว่า เราเพียงพยายามให้ดีที่สุด เรานั่งสมาธิให้มากเท่าที่ทำได้ เพื่อให้เราค้นพบ ปัญญาของตนเองมากขึ้น (ครับ) เมื่อเราสงบนิ่ง เราจึงตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ ของตนเอง ใช่ไหมคะท่าน? ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณมีปัญหา คุณก็นั่งในที่เงียบ ๆ สักพักแล้ว คิดจนหาทางออกได้ ไม่ใช่หรือ? โดยทั่วไปแล้ว การทำสมาธิ เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง (ครับ) ไม่ใช่เรื่องลึกลับ หรือสิ่งที่ผู้คน จะบอกว่า ไม่มีใครทำได้ (ครับ) แม้แต่เด็ก ก็นั่งสมาธิได้ และผู้สูงอายุก็ทำได้เช่นกัน คนฉลาดทำได้ และผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษา ในระบบก็ทำได้ เห็นไหม? (ครับ)

เมื่อเรานั่งสมาธิ เรากลับสู่ความสงบ ในจิตวิญญาณ และในความสงบนิ่งนั้น เราก็เกิดปัญญา เมื่อนั้น เราจึงรู้จักตัวตน ที่แท้จริงของเรา ไม่ใช่คนนั้นหรือคนนี้ ไม่ใช่ร่างกายนี้ แต่เป็นบางสิ่งภายในเรา ที่มีปัญญาอันยิ่งใหญ่ แล้วเราก็ใช้ปัญญา อันยิ่งใหญ่นั้น แก้ปัญหาทั้งหมด ในชีวิตประจำวันได้ และช่วยผู้ที่ยังไม่พบ ความกระจ่างนั้น เห็นไหม? (ครับ) เท่านั้นเอง เรียบง่ายมาก ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เป็นสิ่งที่พวกเขา ได้ประสบด้วยตนเอง ฉันไม่ได้เพียงพูดสิ่งเหล่านี้ โดยไม่มีอะไรยืนยัน

(ผมแวะมาพูดคุย กับท่านอาจารย์ตามปกติ และได้เรียนรู้ เพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้ สุภาพบุรุษสองท่านนี้ อยากถามท่านอาจารย์ ในคำถามบางเรื่อง เพื่อจะนำข้อมูล ไปเผยแพร่ให้ประชาชน ทั่วไปภายนอกครับ ใช่ ฉันทราบ (และตัวเขาเองก็ได้...) เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว ใช่ ฉันทราบ ใช่ ใช่ ไม่เป็นไร ฉันไม่ค่อยชอบอธิบาย หรือแก้ต่างให้ตัวเองมากนัก แต่ฉันจะพยายาม ฉันจะพยายาม (ครับ) อันที่จริง ฉันไม่ชอบอธิบาย หรือแก้ต่างให้ตัวเอง (ในอดีต แม้แต่พระพุทธเจ้า ก็ยังมีผู้ต่อต้านพระองค์) เราไม่อาจบังคับให้ผู้คนเชื่อ หรือเคารพเราได้ เรื่องนั้นขึ้นอยู่กับ... (พระเยซูคริสต์ก็มีผู้ต่อต้าน พระองค์เช่นกัน พวกเขาถึงกับ ตรึงพระองค์บนไม้กางเขน) ถูกต้อง

ฉันหมายความว่า ไม่ว่าใครจะต่อต้านฉัน หรือทำอะไร ฉันไม่เคยพยายามแก้ต่างให้ตัวเอง หรือตอบโต้ จะทำไปเพื่ออะไร? เห็นไหม? ไหน ๆ พวกคุณก็ทำอยู่แล้ว หากช่วยเขียนเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับฉันสักสองสามหน้า ฉันก็ขอบคุณ นอกเหนือจากนั้น ฉันจะไม่เสียเงิน และเวลาไปตอบโต้ หรือแก้ต่างให้ตัวเอง เพื่ออะไร?

(ไม่นานมานี้ ประมาณสองสัปดาห์ก่อน เกิดเหตุไฟไหม้ที่มาลิบูครับ) ใช่ (ท่านอาจารย์บริจาค 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ไฟไหม้ที่มาลิบูหรือ? (ที่มาลิบูครับ) ใช่ ฉันจะบอกให้ว่า ฉันซื้อศูนย์สมาธิทั้งหมดนั้น ด้วยเงินของฉันเอง หากคุณไม่เชื่อ ก็ไปถามลูกศิษย์ว่า พวกเขาสมทบเงินเท่าไร เคยให้เงินฉัน แม้แต่หนึ่งเซนต์หรือไม่ ฉันเคยใช้เงินของพวกเขาหรือไม่? ไม่เคย ฉันไม่เคยแม้แต่เอ่ยปากขอเงิน หนึ่งเซนต์ ยิ่งเรื่องอื่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง...

(หนังสือพิมพ์ฉบับนี้บอกว่า ท่านเพิ่งได้เป็น พลเมืองสหรัฐฯ) โอ้ จริงหรือ? (ท่านได้หนังสือเดินทางแล้วยังครับ?) ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือเดินทาง นั่นเป็นเพียงเกียรติที่ได้รับ ก็พอแล้ว เพราะสุภาพสตรีคนนั้น บอกว่าฉันควรไปรับ ฉันจึงบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง”

(ทำไมท่านอาจารย์ ไม่ช่วยคนจน แต่กลับช่วยคน ร่ำรวยเหล่านั้นครับ?) ร่ำรวยหรือ? ร่ำรวยหมายความว่าอย่างไร? บ้านพวกเขาถูกไฟไหม้หมดแล้ว จะเหลือทรัพย์สินอะไรอีก? (เพราะสำหรับพวกเขา บ้านมูลค่าสี่ หรือห้าแสน... ไม่ได้มีความหมายมากนัก แต่ตามที่ผู้สื่อข่าวเหล่านั้นบอก เมื่อบ้านของพวกเขาถูกไฟไหม้ แม้แต่ความยากจนของพวกเขา ก็ถูกเผาไปด้วย) ตอนนี้ ใครเดือดร้อน เราก็ช่วย หากเรามัวแต่ยืนแบ่งแยก มากเกินไป ก็ไม่เหลือความเมตตาแล้ว (ครับ) มันกลายเป็นการคิดคำนวณ กลายเป็นธุรกิจใช่ไหม? ฉันช่วยโดยไม่มีเงื่อนไข มันคือคุณไมค์ กอร์ดอน เป็นคนที่ทราบเรื่อง ฉันไม่ต้องการ ให้ใครรู้แล้ว ฉันจะพูดไปทำไม? เราช่วยเพราะอยากช่วยผู้คน ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง หรือประโยชน์ ส่วนตน ใช่ไหม? (ครับ)

ใช่ มีหนังสือพิมพ์เพียงฉบับเดียว ที่รายงาน คุณมาร์กโกลเดน นำเรื่องไปลง หนังสือพิมพ์ของพวกคุณ จึงมาทราบภายหลัง (ครับ) โดยสรุปก็เป็นเช่นนั้น ส่วนฉันจะช่วยใครนั้น ก็เป็นเงินของฉัน ฉันจะช่วยใครก็ได้ ที่อยากช่วย นั่นขึ้นอยู่กับฉัน

Photo Caption: “ความงามที่ซ่อนเร้น”

ดาวน์โหลดรูปภาพ   

รับชมเพิ่มเติม
วีดีโอล่าสุด
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-10-22
337 รับชม
ข่าวเด่น
2026-10-21
854 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-10-21
776 รับชม
34:13

ข่าวเด่น

354 รับชม
ข่าวเด่น
2026-10-20
354 รับชม
แบ่งปัน
แบ่งปันไปที่
ฝัง
เริ่มที่
ดาวน์โหลด
โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือ
ไอโฟน
แอนดรอยด์
รับชมในบราวเซอร์ในโทรศัพท์มือถือ
GO
GO
แอพ
สแกนโค้ดคิวอาร์ เลือกระบบโทรศัพท์ที่ถูกต้อง เพื่อดาวโหลด
ไอโฟน
แอนดรอยด์
Prompt
OK
ดาวน์โหลด